Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ทุกข์เพราะลูก

ปัญหาโลกแตกอีกเรื่องที่สำคัญ

ก็เรื่องลูกนี่แหละ ลูกสอบตก ติดเกม คุยโทรศัพท์ทั้งวัน ค่าโทรแพงมาก ใช้เงินมือเติบ ไม่สนใจเรียนหนังสือ เถียงเก่ง ยอกย้อนพ่อแม่เก่ง ติดเที่ยว ติดเพื่อน ฯลฯ ชวนปวดหัวมากเลย ลองไปถามคนมีลูกกันเถอะ คุยเรื่องปัญหากันได้เป็นวันๆตำราเลี้ยงลูกสารพัด ลองไปค้นหาที่ดีๆ มาประยุกต์ใช้กับครอบครัวเรา ปัจจุบันสังคมของเราเป็นสังคมเลี้ยงเดี่ยวกันเยอะ ก็ประเภทพ่อแม่เลิกกันหรือทิ้งลูกให้ปู่ย่าตายายเลี้ยงเพราะเศรษฐกิจมันรัดตัวเวลาให้ลูกเลยน้อย ปู่ย่าตายายก็ตามใจหรือตามเด็กตามสมัยไม่ค่อยทัน ปัญหามันก็เลยเยอะ แต่อยากให้ฝึกสังเกตเด็กที่เรียนเก่ง มีน้ำใจปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี มีทั้งไอคิวและอีคิว ก็คือความฉลาดทั้งสมองและอารมณ์มักมาจากพ่อแม่ที่ใจเย็น ทุ่มเทใช้เวลากับลูก ค่อยๆสอนมีเหตุผลต้องสอนกันตั้งแต่เด็กๆเลยนะ เด็กเดี๋ยวนี้ฉลาดมาก 6 ขวบก็รู้เรื่องเยอะแล้วต่อรองพ่อแม่เป็นแล้ว สอนกันตอนโตไม่ทันแล้ว เกิน 6 ขวบ พฤติกรรมนิสัยก็ติดแล้ว เปลี่ยนยากแล้ว พ่อแม่มีบุคลิกอย่างไร ลูกมักจะเป็นแบบนั้น ถึงจะไม่เหมือนกันทั้งหมดแต่ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะเหมือนพ่อแม่ เราคนเป็นพ่อแม่ก็ต้องระวังตัวระวังใจ ทำตัวอย่างที่ดีให้ลูก หมั่นทำบุญทำกุศล ถือศีล ภาวนา สวดมนต์ ให้อภัย อย่าไปอิจฉาริษยาว่าร้ายคนอื่น พูดจาส่อเสียดไร้สาระ ก็ลดละเลิกซะ มีแต่ก่อเวร ไม่ได้เป็นมงคลกับชีวิตเลย

เด็กคนหนึ่งเกิดมาจะมีนิสัยพฤติกรรมอย่างไร 10 % มาจากกรรมพันธุ์ นอกนั้นมาจากการเรียนรู้ การเลี้ยงดูทั้งสิ้น ให้ทีวีเลี้ยงก็ติดมีวีทั้งวัน ให้เลี้ยงก็หมกมุ่นเครียดอยากเอาชนะ แยกตัวออกจากโลกของความจริง แต่ใช้เงินเลี้ยงจะได้เด็กเห็นแก่เงิน อะไรก็จะใช้เงินซื้อ อยากมีเพื่อนแทนที่จะหัดปรับตัวกับสังคมก็จะใช้เงินซื้อ ฟังแล้วอาจจะตลกเป็นกันเยอะ เดี๋ยวนี้ไม่ว่าลูกเศรษฐีลูกคนจนต่างเอาแต่ใจกันทั้งนั้น อดทนรอคอยไม่เป็น เสียสละไม่ได้ ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ผิดหวังไม่เป็น สอบตก อกหัก วิ่งไปฆ่าตัวตายกันเยอะ เป็นเรื่องน่ากลัวต้องระวัง เราเป็นพอแม่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับการเลี้ยงลูกให้ดี ไม่ใช่แค่ให้มีนมกินก็รอดๆจบๆกันไป

ถ้าเราเจอปัญหากับลูก เราต้องใช้ไม้นวมสลับกับไม้แข็ง เราต้องรู้นิสัยลูกเราว่าพูดยังไงเค้าจะฟัง ชี้ให้เห็นถูกผิด อย่าเอาแต่พร่ำบ่นน่ารำคาญ ไม่สร้างสรรค์ไม่มีใครอยากฟัง ถ้าเกเร ใจแตก ตีรันฟันแทง อย่าพึ่งถอดใจลองเอามาเข้าวัด ฝึกจิตภาวะนามาดูบ่อยๆ มันเปลี่ยนพฤติกรรมได้นะ มาให้พระช่วยสอนมันดีขึ้นแน่ แต่อย่าไปคาดหวังสูงเกินไป เราเลี้ยงมายังไงลูกก็เป็นอย่างนั้น หัดพามาตั้งแต่เด็กๆ เดี๋ยวนี้วัดทันสมัย มีกิจกรรมน่าสนใจให้เด็กๆทำอยู่ใกล้พระใกล้คนมีศีลมีธรรมเหมือนต้นไม้ได้ปุ๋ยดี ดอกใบก็ย่อมจะงามเป็นธรรมดา ลูกเกเรไม่ได้ดั่งใจก็อย่าพึ่งท้อ อย่าพึ่งใช้ความรุนแรง นึกถึงตอนเราเป็นเด็ก เราอยากให้พ่อแม่พูดกับเรายังไง บังคับตบตีหรือนั่งคุยกัน หากิจกรรมดีๆให้ลูกทำ เล่นดนตรี กีฬา ออกกำลังกาย ช่วยสังคม หาอาชีพเสริมระหว่างเรียน ฯลฯ

ลูกไม่ใช่สิ่งของที่เราจะจับวางบังคับให้ทำอะไรตามใจ และเราก็ไม่ใช่เจ้าของชีวิตเขา อย่าอ้างว่าเราเลี้ยงเขามาแล้วเอาเรื่องนี้มาทวงบุญคุณ พูดซ้ำซาก เราต้องมองโลกในแง่ดี มีเจตนาดี เลี้ยงดูเขาด้วยความรัก ด้วยหน้าที่รับผิดชอบ ด้วยสติปัญญาที่ดี เขาเติบโตมาตอบแทนเราอย่างไรก็อย่าไปคาดหวังมาก ทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์พร้อม ผลของมันย่อมดีเองตามเหตุปัจจัย

ใส่ความเห็น