นิพพานเปนบรมสุข

นิพพานเปนบรมสุข

ไดมีสุภาษิตกลาวไวแปลวา “นิพพานเปนบรมสุขคือ สุขอยางยิ่ง” นิพพาน คือ ความละตัณหา ในทางโลกและทางธรรมทั้งหมด ปฏิบัติโดยไมมีตัณหาทั้งหมดคือการ ปฏิบัติถึงนิพพาน

ไดมีผูกราบทูลพระพุทธเจ้าวา “ธรรม” (ตลอดถึง “นิพพาน” ที่วา “เปนสันทิฏฐิโก อันบุคคลเห็นเอง” นั้นอยางไร? ไดมีพระพุทธดํารัสตอบโดยความวาอยางนี้คือผูที่มีจิต ถูกราคะโทสะโมหะครอบงําเสียแลวยอมเกิดเจตนาความคิดเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง ผูอื่นบาง ทั้งสองฝายบ้างตองไดรับทุกข โทมนัสแมทางใจเมื่อเกิดเจตนาขึ้นดังนั้น ก็ทําใหประพฤติทุจริตทางไตรทวารคือกายวาจา ใจ และคนเชนนั้นยอมไมรูประโยชน ตนเองประโยชน์ ผูอื่น ประโยชนทั้งสองตามเปนจริงแตวาเมื่อละความชอบ ความชัง ความหลงเสียไดไมมีเจตนาความคิดที่จะเบียดเบียนตนและผูอื่นทั้งสองฝายไมประพฤติ ทุจิตทางไตรทวาร รูประโยชนตนประโยชนผูอื่น ประโยชนทั้งสองตามเปนจริงไมตอง เปนทุกข์ โทมนัสแมดวยใจ “ธรรม (ตลอดถึง) นิพพาน” ที่วา “เห็นเอง” คือเห็นอยางนี้ตามที่ตรัสอธิบายนี้ เห็นธรรมคือเห็นภาวะหรือสภาพแหงจิตใจของตนเอง ทั้งในทางไม ดีทั้งในทางดีจิตใจเปนอยางไรก็ใหรูอยางนั้นตามเปนจริงดังนี้ เรียกวา เห็นธรรม ถามี คําถามวาจะไดประโยชนอยางไร? ก็ตอบไดวาได ความดับทางใจคือจิตใจที่รอนรุม ดวยความโลภ โกรธ หลงนั้น เพราะมุงออกไปขางนอก หากไดนําใจกลับเข้ามาดูใจเอง แลว สิ่งที่รอนจะสงบเองและใหสังเกตจับตัวความสงบนั้นใหได จับไวใหอยูเห็นความสงบดังนี้คือเห็นนิพพาน วิธีเห็นธรรม เห็นนิพพาน ตามที่พระพุทธเจ้าได ตรัสอธิบายไว จึงเปนวิธีธรรมดาที่คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปปฏิบัติไดตั้งแตขั้นธรรมดา ตลอดถึงขั้น สูงสุด

อริยสัจไตรลักษณ  และนิพพาน “เปนสัจธรรม” ที่พระพุทธเจ้าได ตรัสรูและได ทรงแสดงสั่งสอน (ดังแสดงในปฐมเทศนาและในธรรมนิยาม) เรียกไดวาเปน “ธรรม สัจจะ” สัจจะทางธรรมเปนวิสัยที่พึงรูไดดวยปญญาอันเปนทางพนทุกข์ในพระพุทธศาสนาแตทางพระพุทธศาสนาก็ไดแสดงธรรมในอีกหลักหนึ่งคูกันไป คือ ตาม “โลกสัจจะ” สัจจะทางโลก” คือแสดงในทางมีตน มีของตน เพราะโดยสัจจะทางธรรมที่ เด็ดขาดยอมเปนอนัตตา แตโดยสัจจะทางโลกยอมมีอัตตาดังที่ ตรัสวา “ตนแล เปนที่พึ่งของตน” ในเรื่องนี้ได ตรัสไววา “เพราะประกอบเครื่องรถเขา เสียงวารถยอมมีฉันใดเพราะขันธทั้งหลายมีอยูสัตวยอมมีฉันนั้น” ธรรมในสวนโลกสัจจะ เชน ธรรมที่เกี่ยวแกการปฏิบัติในสังคมมนุษย  เชน ทิศหกแมศีลกับวินัยบัญญัติทั้งหลายก็ เชนเดียวกัน ฉะนั้น แม้จะปฏิบัติเพื่อความพนทุกข์ ทางจิตใจตามหลักธรรมสัจจะ สวน ทางกายและทางสังคม ก็ตองปฏิบัติอยูในธรรมตามโลกสัจจะยกตัวอยางเชน บัดนี้ ตนอยู ในภาวะอันใดเชน เปนบุตรธิดา เปนนักเรียน เปนตน ก็พึงปฏิบัติธรรมตามควรแกภาวะ ของตน และความพยายามศึกษานําธรรมมาใชปฏิบัติขึ้นทุก ๆ วัน ในการเรียน ในการ ทํางาน และในการอื่น ๆ เห็นวาผูปฏิบัติดังนี้ จะเห็นเองวาธรรมมีประโยชนอยางยิ่งแก ชีวิตอยางแท้จริง.

 

 

Share Button