พรรณนาศีล

Home / พรรณนาศีล

พรรณนาศีล

พรรณนาผลของทาน ศีล ที่เรียกวาสวรรค  (หมายถึงควาสุขสมบูรณตาง ๆ ทีเกิดจากทาน ศีลแม้ในชีวิตนี้)

พรรณนาโทษของกาม (สิ่งที่ผูกใจใหรักใครปรารถนา) และอานิสงส คือผลดีของการที่พรากใจออกจากกามได เทียบด้วยระดับการศึกษา ปจจุบัน ก็เหมือนอยางทรงแสดงอริยสัจแกนักศึกษาชั้นมหาวิทยาลัย สวนนักเรียนที่ ต่ำลงมาก็ ทรงแสดงธรรมขออื่นตามสมควรแกวัย พระพุทธเจ้าจะไมทรงแสดงธรรมที่สูง กวาระดับของผูฟง ซึ่งจะไมเกิดประโยชน แกทั้งสองฝายแตผูที่มุงศึกษาแสวงหาความรู แม้จะยังปฏิบัติไมไดก็ยังเปนทางเจริญความรูในสัจจะที่ตอบได ตามเหตุผลและอาจ พิจารณาผอนลงมาปฏิบัติทั้งที่ยังมีตัณหาคือความอยากดังกลาวอยูนั่นแหละ ทางพิจารณานั้นพึงมีได เชนที่จะกลาวเปนแนวคิดดังนี้

  1. ทุก ๆ คนปรารถนาสุขไมตองการทุกข  แตทําไมคนเราจึงต้องเปนทุกข และไม สามารถจะแกทุกข ของตนเองได บางทียิ่งแกก็ยิ่งทุกข  มาก ทั้งนี้ก็เพราะไมรูเหตุผลตามเปนจริงวา อะไรเปนเหตุของทุกข อะไรเปนเหตุของสุข ถาไดรูแล้ววก็จะแก้ไดคือละเหตุ ทีให เกิดทุกข ทําเหตุที่ให เกิดสุขอุปสรรคที่สําคัญอันหนึ่งก็คือใจของตนเอง เพราะ คนเราจามใจตนเองมากไป จึงต้องเกิดเดือดร้อน
  2. ที่พูดกันวาตามใจตนนั้น โดยที่ แทก็คือตามใจตัณหาคือความอยากของใจในขั้นโลกๆ นี้ยังไมตองดับความอยากใหหมดเพราะยังต้องอาศัยความอยากเพื่อสรางโลก หรือสรางตนเองให เจริญตอไป แตก็ตองมีการควบคุมความอยากให อยูในขอบเขตที่ สมควรและจะต้องรูจักอิ่มรูจักพอในสิ่งที่ควรอิ่มควรพอดับตัณหาได เพียงเทานี้ก็พอ ครองชีวิตอยูเปนสุขในโลกผูกอไฟเผาตนเองและเผาโลกอยูทุกกาลสมัยก็คือผูที่ไม ควบคุมตัณหาของใจให อยูในขอบเขตถาคนเรามีความอยากจะไดวิชาก็ตั้งใจพากเพียร เรียน มีความอยากจะไดทรัพย  ยศก็ตั้งใจเพียรทํางานใหดีตามกําลังตามทางที่ สมควร ดังนี้แล้วก็ใช้ไดแปลวา ปฏิบัติมรรค์ มีองค์ ๘ ในทางโลกและก็อยูในทางธรรมดวย
  3. แตคนเราต้องมีการพักผอน รางกายก็ตองมีการพักตองให้หลับ ซึ่งเปนการพัก ทางรางกายจิตใจก็ตองมีเวลาที่ปลอยใหวางถาจิตใจยังมุงคิดอะไรอยูไมปลอยความคิด นั้นแล้วก็หลับไม่ลงผูที่ตองการมีความสุขสนุกสนานจากรูป เสียงทั้งหลาย เชน ชอบฟง ดนตรีที่ไพเราะหากจะถูกเกณฑ ใหตองฟงอยูนานเกินไป เสียงดนตรีที่ไพเราะที่ดังจอหู อยูนานเกินไปนั้น จะกอให เกิดความทุกข  อยางยิ่งจะต้องการหนีไปใหพน ตองการ กลับไปอยูกับสภาวะที่ปราศจากเสียงคือความสงบ จิตใจของคนเราตองการความสงบ ดังนี้ อยูทุกวัน วันหนึ่งเปนเวลาไมนอย นี้คือความสงบใจกลาวอีกอยางหนึ่งก็คือความ สงบความดิ้นรนทะยานอยากของใจ ซึ่งเปนความดับทุกขนั่นเอง ฉะนั้น ถาทําความ เข้าใจใหดีวาความดับทุกขก็คือความสงบใจ ซึ่งเปนอาหารใจที่ทุก ๆ คนต้องการอยูทุก วัน ก็จะคอยเข้าใจในขอนิโรธนี้ขึ้น
  4. ควรคิดต่อไปว่า ใจที่ไมสงบนั้น ก็เพราะเกิดความดิ้นรนขึ้น และก็บัญชาใหทํา พูดคิดไปตามใจที่ดิ้นรนนั้น เมื่อปฏิบัติตามใจไปแลวก็อาจสงบลงได แตการที่ปฏิบัติไปแล้วนั้น บางทีชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวก็ให เกิดทุกขโทษอยางมหันตบางทีเปนมลทินโทษที่ทําใหเสียใจไปช้านาน คนเชนนี้ควรทราบวา ทานเรียกวา “ทาสของตัณหา” ฉะนั้น จะมีวิธีทําอยางไรที่จะไมแพตัณหา หรือจะเปนนายของตัณหาในใจของตนเองได วิธีดังกลาวนี้ก็คือ มรรคมีองค 8  ซึ่งเปนขอปฏิบัติใหถึงความดับทุกข 