Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

ศิลปะของการตัดสินใจโดยหลักธรรม

การตัดสินใจเรื่องสำคัญๆในชีวิตคนๆหนึ่งมีหลายต่อหลายครั้ง ตัวอย่างตั้งแต่การเลือกโรงเรียน สาขาที่จะเรียนต่อ การเลือกทำงานที่ไหน เลือกอยู่ที่ไหน อยู่บ้านแบบไหน เลือกคู่ครอง เจ็บไข้ได้ป่วย เลือกรักษากับใครที่ไหน………ฯลฯผู้บริหารธุรกิจ นักปกครอง จะต้องมีแนวทางการตัดสินใจที่ดีและถูกต้องการตัดสินใจผิดอาจนำความมาเสียหายมาสู่องค์กรเป็นอย่างมากถ้าจะบอกว่าใครจะตัดสินใจถูกไปทุกเรื่องนั้น คงเป็นไปไม่ได้และไม่มีแต่จะตัดสินใจอย่างไรถึงจะให้ผิดน้อยที่สุด และผิดเฉพาะเรื่องเล็กๆหรืออีกนัยหนึ่ง ตัดสินใจถูกเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ๆการตัดสินใจ ให้มีโอกาสถูกมาก แต่ผิดน้อย และผิดเฉพาะเรื่องเล็กๆ นั้นเป็นไปได้ด้วยวิธีต่อไปนี้คือ :-

  1. รู้กว้าง  คนที่ตัดสินใจดี จะต้องมีความรู้ทั่วไป พื้นฐานที่กว้างขวาง ครอบคลุมหลายสาขา เช่น วิทยาศาสตร์ ศิลป์ จิตวิทยา การบริหาร การเงิน ฯลฯ คนที่ผ่านโลกมามาก มีประสบการณ์ชีวิตมานาน จะเห็นตัวอย่างมามาก ทั้งจากตัวเองและคนอื่นๆและเข้าใจมากขึ้น ถึงมิติของกาลเวลาที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจ ทำให้ตัดสินใจได้ดีกว่า

ยกตัวอย่างเช่น  การพิจารณาตรวจการวางผังหมู่บ้านว่าจะดีหรือไม่ จะต้องมีความรู้ทั้ง ผังเมือง กฎหมาย ภูมิสถาปัตย์ จราจร สิ่งแวดล้อม สุขาภิบาล ไฟฟ้า การรักษาความปลอดภัย สังคมวิทยา จิตวิทยา การก่อสร้าง ฮวงจุ้ย ฯลฯ

การรู้กว้าง ทำได้โดยการเรียนรู้จากสื่อต่างๆ เป็นระยะเวลายาวต่อเนื่อง

  1. รู้ลึก

การตัดสินใจเฉพาะเรื่องในวิชาชีพต่างๆ เป็นต้นว่า วิศวกรรม การแพทย์ เภสัชกรรม ดนตรี ฯลฯ จะต้องมีความรู้เฉพาะเรื่องนั้นๆ จึงตัดสินใจได้ถูกต้อง

ตัวอย่างเช่น จะตัดสินใจผ่าตัดคนไข้ดีหรือไม่ จะทุบตึกร้าวทิ้งหรือไม่ เป็นต้น

  1. สมองโปร่ง

ช่วงตัดสินใจ สมองจะปลอดโปร่ง ไม่ใช่ยังไม่สร่างเมา อดหลับอดนอน หรือ ร่างกายอ่อนเพลีย จะทำให้ตัดสินใจผิดได้ง่าย

หลังการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และว่างเว้นจากสิ่งรบกวนภายนอก ควรจะเป็นเวลาการตัดสินใจที่ดีที่สุด เวลาที่ดีที่สุดสำหรับบางคน อาจจะเป็นตอนเช้า บางคนอาจจะเป็นตอนดึกที่ไม่มีใครรบกวน…

  1. ใช้เหตุผลแทนอารมณ์
    หลายๆคนตัดสินใจซื้อของแพงๆ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ หลายๆคน ต้องติดคุกเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ทำให้ก่อคดีอาชญากรรมขึ้น
    ทุกๆคนจึงควรฝึกฝนด้วยตัวเอง ให้เป็นนิสัยความเคยชินในการใช้เหตุและผล การวิเคราะห์เจาะลึกถึงปัญหา วิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาแทนการใช้อารมณ์
    การใช้เหตุผลมากขึ้น การตัดสินใจจะถูกต้องมากขึ้น การตัดสินใจเรื่องสำคัญๆหรือเรื่องที่ซับซ้อน ควรใช้เขียนบนกระดาษแทนการคิดในใจ และควรใช้การพิจารณาเหตุผลหลายแง่หลายมุมประกอบกันในบางกรณีอาจต้องทำตามอารมณ์คนส่วนใหญ่ เช่น ร้องเพลงที่คนส่วนใหญ่ชอบ พรรคการเมืองใช้วิธีหาเสียงตามกระแสความนิยมของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา การคล้อยตามคนส่วนใหญ่ที่ต้องการทำพิธีบวงสรวง หรือทำตามฤกษ์ยาม ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย การปฏิบัติธรรมด้วยการเจริญสติ ก็จะช่วยให้ตัดสินใจด้วยสติปัญญาได้ดียิ่งขึ้น ไม่ถูกครอบงำ
  1. ประโยชน์
    การตัดสินใจต้องเน้นประโยชน์ที่จะได้รับแต่ละเรื่องว่าแนวทางการตัดสินใจแต่ละเรื่องจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดอะไรได้บ้าง ตัวอย่างเช่น การพิจารณาเลือกเส้นทางขับรถก่อนออกรถ ทำให้ประหยัดเวลาแลน้ำมันรถมากกว่า ขยันทำงาน ทำให้ได้ดีขึ้น เงินเดือน และได้โบนัสมากกว่า เป็นต้นสิ่งที่ต้องไม่ลืม คือ ประโยชน์ก็บังเกิดแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในลักษณะ WIN-WIN จะเกิดประโยชน์ ในระยะยาว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดผลเสียทางด้านอื่นๆตามมา เช่น การซื้อขายกับร้านค้าประจำต่างๆ ในราคายุติธรรมจึงจะทำให้ติดต่อค้าขายในระยะยาวได้ เป็นต้น
  1. ความเสี่ยง
    การตัดสินใจแต่ละเรื่องอาจมีความเสี่ยงต่างๆกันไป ต้องพินิจพิจารณาว่า แต่ละแนวทางจะก่อให้เกิดความเสี่ยงอะไรบ้าง มากน้อยเพียงไร ความเสี่ยงนั้นยอมรับหรือไม่ จะมีวิธีหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงลงได้หรือไม่ หรือต้องทำใจยอมรับกับความเสี่ยงนั้นๆเมื่อสรุปว่าเป็นวิธีตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้ว

ยกตัวอย่าง เช่น การใช้ทางลัดกระโดดข้ามท้องร่องเวลาเดินป่าแทนการเดินอ้อมข้ามสะพาน ต้องประมาณตัวเองว่า โอกาสที่จะพลาดมีกี่เปอร์เซ็นต์ และถ้าพลาดเพียงแค่เปียก หรืออาจจะเจ็บหรือเสียชีวิต

  1. ยึดมั่นในหลักการ
    การตัดสินใจในเรื่องต่างๆจะตัดสินใจเพียงถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมืองเท่านั้นไม่พอ จะต้องพิจารณาโดยยึดมั่นในหลักการ (Principle Centered) เช่น การวางผังออกแบบ ก่อสร้างบ้าน ถูกต้องตามหลักการมาตรฐานทางวิชาชีพ ผังเมือง วิศวกรรม สถาปัตยกรรม หรือไม่
  1. เวลา
     การตัดสินใจช้าหรือเร็วไป อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดหรือเสียหาย เช่น ขึ้นเครื่องบินไม่ทัน ประมูลงานไม่ได้ รถชน น้ำท่วม บ้านพัง เป็นม่ายตลอดชีวิต หรือหลงแต่งานกับความชั่ว….เป็นต้น  ในหลายกรณี คนที่มีความรู้ดีแต่ไม่ใช้เวลาพิจารณา กลับรีบตัดสินใจ โดยไม่คิดรอบคอบ เช่น นักบัญชีที่ลงทุนซื้อหุ้นโดยไม่ทำบัญชี ไม่วิเคราะห์อาจเกิดความเสียหายมากกว่าคนที่ไม่ใช่นักบัญชี แต่พยายามทำบัญชี และวิเคราะห์ประเมินการลงทุนอย่างละเอียดเป็นระยะๆ
  1. ความเห็นคนอื่น
    ถ้าต้องตัดสินใจสิ่งที่ตัวตัวเราเองยัง ไม่รอบรู้พอ หรือรู้ไม่ลึกพอ ก็คงจะต้องปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญ กรณีชั่งน้ำหนักแนวทางการตัดสินใจต่างๆแล้ว พบว่าข้อดี-ข้อเสียก้ำกึ่งกัน หรือแต่ละแนวทางมีประโยชน์-โทษต่างๆกัน การถามความเห็นคนอื่นๆเพิ่มเติม โดยเฉพาะคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ จะได้ความคิดที่หลากหลายที่แตกต่างไป ทำให้ได้มุมมองอื่นๆมาประกอบการตัดสินใจทำให้รอบคอบมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น การออกแบบบ้านจัดสรรเสร็จแล้ว ก่อนสร้างและขาย สอบถามความเห็นจากตัวแทนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เป็นต้น
ในการประชุมต่างๆประธานที่ประชุมจะต้องดูว่า เรื่องที่จะพิจารณาควรให้ที่ประชุมออกจากความเห็นลงมติอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ จะทำได้และเหมาะสมเมื่อผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ในเรื่องที่จะประชุมพอๆกัน และไม่มีปัญหาเรื่องส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าว (ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนได้ส่วนเสียต้องงดออกเสีย) ถ้ามีความรู้ไม่เท่าเทียมกัน ควรอธิบายให้รู้เท่าๆกัน ถ้าเป็นเรื่องวิชาการที่รู้ดีเฉพาะคนบางกลุ่ม อาจมอบให้คนกลุ่มย่อยที่รู้เรื่องดีไปพิจารณา เป็นต้น

  1. เดินทางสายกลาง
    ถ้าพิจารณาแล้ว ปรึกษาผู้อื่นก็แล้ว ยังมีความเห็นก้ำกึ่งกันอีก ก็อาจจะพิจารณาด้วยการ เดินทางสายกลาง ตัวอย่าง เช่น การเลือกลงทุนในหุ้นฝากสถาบันการเงิน และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผสมกันแทนการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
  1. ศีลธรรมจรรยา-มารยาท
     เมื่อประมวลข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจแล้ว ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจว่า ตรงตามหลักการศีลธรรมจรรยา-มารยาทที่ดีหรือไม่
  1. ปรับปรุง-แก้ไข
     เมื่อตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดไปแล้ว ในระหว่างที่ทำ ถ้ามีความคิดใหม่ๆ ที่ดีกว่าเกิดขึ้น ก็ยังสามารถปรับปรุงแก้ไขเพื่อลดข้อผิดพลาดและทำในสิ่งนั้นๆสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกได้

ใส่ความเห็น