พุทธศาสนาสมัยกรุงธนบุรี

การพระศาสนาในสมัยกรุงธนบุรีนั้น แม้อายุของกรุงจะมีเพียง ๑๕ ปีและตลอดเวลา ๑๕ ปีนั้น ก็เต็มไปด้วยการสลัดแอกจากพม่า การรวบรวมชนชาติตั้งอาณาจักรขึ้นใหม่ การรบพุ่งขับไล่ข้าศึก และการขยายพระราชอาณาเขต เรียกว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เกือบไม่มีเวลาว่างเว้น ที่องค์พระมหากษัตริย์ธงชัยของชาติมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทย ในยุคบ้านแตกสาแหรกขาดก็ตาม แต่พระองค์ก็ทรงจัดการในเรื่องการพระศาสนาให้เข้ารูปเข้ารอย ฟื้นฟูความเสื่อมโทรม เพราะยุทธภัยจากพม่าข้าศึก ในด้านต่าง ๆ ทรงขวนขวายอย่างมากที่จะ ตั้งสังฆมณฑล ให้คืนคงตามแบบอย่างครั้งกรุงศรีอยุธยา อันเป็นคุณานุประโยชน์ หลายอย่าง หลายประการ เช่น

  1. โปรดให้สถาปนาวัดวาอาราม ที่ตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม พระเจ้าพระสงฆ์ กระจัดกระจายและย่อหย่อน
  2. แสวงหาพระสงฆ์ที่มีคุณธรรม ความรู้มาตั้งเป็นพระราชาคณะเป็นเจ้าอาวาส ปกครองสงฆ์ และสั่งสอนปริยัติธรรมและภาษาไทย อย่างเช่นสมัยกรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้เพราะ ครั้งนั้น การแสวงหาผู้ที่ทรงคุณธรรมจริง ๆ นับว่ายากมาก
  3. ส่งพระราชาคณะออกไปเที่ยวจัดสังฆมณฑลตามหัวเมืองฝ่ายเหนือ เพราะเกิด วิปริตครั้งเจ้าพระฝางตั้งตัวเป็นใหญ่ และทำสงครามทั้งเป็นพระ
  4. ทรงขวนขวายสืบแสวงหาพระไตรปิฎกมารวบรวมไว้ เพราะถูกพม่าเผากรุงและเผา วัดวาอารามตามหัวเมือง ทำลายพระไตรปิฎกเสียจนเกือบสิ้นเชิง ซึ่งในที่สุดก็ได้มาจากเมือง นครศรีธรรมราชบ้าง จากเมืองเหนือบ้าง เมืองเพชรบุรีบ้าง และนำมารวบรวมไว้ในกรุงธนบุรี เรื่องการสืบแสวงหาพระไตรปิฎกนี้พระองค์ได้ส่งคนไปแสวงหาถึงกรุงกัมพูชาก็มี
  5. ทรงให้ราชบัณฑิตคัดลอกพระไตรปิฎก ฉบับที่ได้จากเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อคราวเสด็จไปปราบเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อคัดลอกแล้ว โปรดให้นำฉบับเดิมส่งคืนเมือง นครศรีธรรมราช
  6. เมื่อทรงเสาะแสวงหาพระราชาคณะผู้ทรงคุณธรรม พอตั้งสังฆมณฑลได้แล้ว จึงทรงตั้งสมเด็จพระสังฆราชขึ้น ได้ความตามตำนานคณะสงฆ์ว่า ทรงสถาปนา พระอาจารย์ดี เดิมอยู่วัดประดู่ ในกรุงศรีอยุธยา เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์แรก องค์ที่ ๒ ได้แก่ พระอาจารย์สีเดิมอยู่วัดพระเจ้าพนัญเชิง กรุงศรีอยุธยา และองค์ที่ ๓ ชื่อชื่น เป็นเจ้าคณะ เมืองระยอง สมเด็จพระสังฆราชสมัยกรุงธนบุรีทั้ง ๓ องค์ ที่กล่าวมานนี้สมเด็จกรมพระยาดำ รงราชานุภาพทรงกล่าวไว้ในตำนานคณะสงฆ์ว่า องค์ที่ ๑ และที่ ๒ เดิมเป็นเพียง พระอาจารย์ มิได้มีสมณศักดิ์แต่อย่างใด ต่อมา เมื่อถึงองค์ที่ ๓ คือสมเด็จพระสังฆราชชื่น เดิมเป็นเพียง พระครูที่ พระครูสุธรรมธิราชมหามุนีต่อมาเมื่อถึงรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ต้องลดยศ ลงมา เป็น พระครูธรรมธิราชมหามุนีว่าที่ วันรัต

สำหรับสมเด็จพระสังฆราช สีหรือ ศรีสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๒ แห่งกรุงธนบุรี นี้ ต่อมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้รับ สถาปนาจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑ (พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๓๗) แห่งกรุง รัตนโกสินทร์

แต่การทำนุบำรุงสังฆมณฑลในครั้งกรุงธนบุรีชองสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยัง ไม่ทันจะมั่นคงได้เท่าใด ก็เกิดวิบัติด้วยเหตุสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมีสัญญาวิปลาส ทำให้สังฆ มณฑลกลับเสื่อมโทรมลงไปอีก ดังปรากฏอยู่ในพงศาวดารนั้นแล้ว

Share Button

You may also like...

ใส่ความเห็น

WordPress spam blocked by CleanTalk.