ทำความเข้าใจในพระไตรปิฎก

พระไตรปิฎกศาสนาเป็นหลักในการสั่งสอนหรือคัมภีร์หรือตำราที่จารึกหลักธรรมคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

การอธิบายธรรมที่เป็นผลจากการตรัสรู้ ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นอันตรายมาก เพราะโอกาสที่จะเข้าใจผิด  พูดผิด ปฏิบัติผิดมีได้ง่าย พระไตรปิฎกเป็นเหมือนรัฐธรรมนูญ กฎหมายทั่วไปจะขัดแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ได้ฉันใด  การอธิบายธรรมขัดแย้งกับพระไตรปิฎก พุทธศาสนิกชนที่ดีย่อมถือว่าทำไม่ได้เช่นเดียวกันฉันนั้น เพื่อให้พระพุทธวจนะอันปรากฏในพระไตรปิฎก แพร่หลายออกมาในรูปภาษาไทย และให้เกิดความรู้ความเข้าใจพระพุทธศาสนา  

ตรงตามหลักที่ปรากฏในพระไตรปิฎก และที่พระอรรถกถาจารย์อธิบายไว้จะได้เกิดทิฏฐิสามัญญตาความเสมอกันในด้านทิฐิ  และ สีลสามัญญตา   ความเสมอกันในด้านศีลของชาวพุทธ ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์  มหามกุฏราชวิทยาลัยจึงได้จัดให้มีการแปลพระไตรปิฎก และอรรถกถาขึ้น พระพุทธวจนะในพระไตรปิฎก   โดยสภาพแห่งธรรมแล้ว   เป็นสัจธรรมที่ทรงแสดงว่า เป็นธรรมที่ลึกซึ้งรู้ได้ยาก  รู้ตามเห็นตามได้ยาก สงบประณีต   ไม่อาจจะรู้ได้ด้วยการตรึก ละเอียด เป็นธรรมอันบัณฑิตจะรู้ได้  เพราะสภาวะแห่งธรรมมีลักษณะดังกล่าว   จึงจำต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ ทั้งโดยอรรถะ และพยัญชนะ  เพื่อให้สามารถหยั่งรู้ธรรมทั้งหลายตามความเป็นจริงในเรื่องนั้นๆ

พระไตรปิฎกแบ่งออก 3 คัมภีร์ คือ

  • วินัยปิฎก ว่าด้วยวินัยหรือศีลของภิกษุ ภิกษุณี
  • สุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระธรรมเทศนาทั่ว ๆ ไป
  • อภิธัมมปิฎก ว่าด้วยธรรมะล้วน ๆ หรือธรรมะที่สำคัญ

 

Share Button

You may also like...